Menu Close

ทีมชาติฝรั่งเศส ฟุตบอลโลก 2018

ความสำเร็จของทีมเลสเบลอส์ ฝรั่งเศส กับแชมป์ ฟุตบอลโลก 2018 ที่ต่อยอดไปถึง ยูโร 2020 ได้

ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากสำหรับ เลสเบลอส์ ทีมชาติฝรั่งเศส ที่สามารถคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2018 มาได้ โดยนัดชิงชนะเลิศเอาชนะ โครเอเชีย ไปได้ 4-2 กับฟอร์มการเล่นที่ต้องบอกว่าสุดยอดตลอดทัวร์นาเมนท์ ยิงไป 14 ประตู เสียไป 6 ประตู เสมอไป 1 ครั้ง และไม่แพ้ใครเลย ซึ่งเป็นการได้แชมป์ครั้งที่สอง หลังเคยได้แชมป์ครั้งแรกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

นอกจากนี้การผ่านสองทีมอดีตแชมป์โลกอย่าง อาร์เจนติน่า ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย กับ อุรุกวัย ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และทีมเต็งแชมป์อย่าง เบลเยี่ยม ในรอบรองชนะเลิศ ก็พิสูจน์ได้ดีว่าขุนพลตราไก่ชุดนี้แข็งแกร่งมาก เพราะสายบนของ ฟุตบอลโลก ครั้งนี้มีแต่ทีมแข็งๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับเส้นทางของ โครเอเชีย คู่ชิงที่ผ่าน เดนมาร์ก รัสเซีย และ อังกฤษ มา ก็ต้องยอมรับว่าสายล่างเบากว่ามาก

ส่วนนักเตะคีย์แมนของทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้คงต้องเป็น คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เจ้าของรางวัลนักเตะดาวรุ่งของรายการนี้ ที่ทำสถิติเทียบเท่า เปเล่ เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดใน ฟุตบอลโลก ที่ทำประตูได้ทั้งในรอบแบ่งกลุ่ม และ รอบชิงชนะเลิศ ดาวยิงวัย 19 ปี เจ้าของฉายานิวอองรีจากทีมปารีสแซงต์แชร์กแมงคนนี้คือ อนาคตของทีมชาติฝรั่งเศสอย่างแท้จริง เขาเป็นนักเตะที่มีความเร็วสูง และจบสกอร์ได้ยอดเยี่ยม ตอบโจทย์กับแผนการเล่นของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ที่เน้นการสวนกลับ

ความโดดเด่นอีกอย่างของทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์ ฟุตบอลโลก 2018 ก็คือ การเป็นทีมพลังหนุ่ม โดยมีค่าเฉลี่ยอายุอยู่ที่ 26 ปี เป็นอันดับ 3 รองจาก อังกฤษ และ ไนจีเรีย ซึ่งใน 11 ตัวจริง นอกจาก เอ็มบัปเป้ ยังมีนักเตะอายุน้อยอีกสองคนที่น่าสนใจอย่าง เบนจามิน ปาวาร์ แบ็คขวาดาวรุ่งของทีมสตุ๊ตการ์ท และ ลูก้าส์ แอร์กน็องเดซ แบ็คซ้ายดาวโรจน์จาก แอตเลติโกมาดริด สองคนนี้น่าจะถูกหมายตาจากสโมสรใหญ่ๆทั่วโลกหลังจบบอลโลกแน่นอน

ขณะที่คู่เซ็นเตอร์แบ็คอย่าง วาราน กับ อุมติตี้ คู่หูจากทีมดังในลาลีก้าสเปนก็จับคู่กันได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะ วาราน ที่คว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ต่อด้วย แชมป์ฟุตบอลโลก ขึ้นแท่นเป็น 1 ในกองหลังที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลก ด้านหัวใจของทีมและหัวใจของแนวรับอย่างผู้รักษาประตูก็คือ ฮูโก้ ยอริส กัปตันทีมวัย 31 ปี ที่หากมองข้ามลูกสุดท้ายที่เขาเลี้ยงบอลพลาดจนเสียประตู ก็นับว่าเขาทำเป็นโกลล์ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดใน ฟุตบอลโลก ครั้งนี้

สำหรับผู้ปิดทองหลังพระในทีมเลสเบลอส์ มีสองคนคือ เอ็นโกโล กองเต้ กองกลางตัวรับที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลก ที่ได้รับเสียงชื่นชมจาก ป็อกบา ว่าเป็นผู้หยุด เมสซี่ รวมถึงเป็นนักเตะขยัน วิ่งไม่มีหมดตลอดเกมอย่างกับมี 15 ปอด เก็บกวาดแนวรับก่อนที่บอลจะไปถึงกองหลังได้เกือบหมด แบ่งเบาภาระของทุกคนในทีมได้เพอร์เฟ็กต์ ช่วยให้คนที่เหลือในทีมทำเกมรุกได้อย่างสบายใจ อีกคนที่อาจถูกพูดถึงน้อยไปหน่อยได้แก่ แบลส มาตุยดี้ มิดฟิลด์สารพัดประโยชน์ที่คราวนี้ถูกจับไปอยู่ริมเส้น เพื่อสนุบสนุน กรีซมันด์ กับ เอ็มบัปเป้ และเขาก็ทำหน้าที่เป็นลุกหาบ ตัวชน ครองบอล ส่งต่อบอล ได้อย่างไม่มีที่ติ สองคนนี้ถือว่าเป็นผู้เสียสละเพราะตำแหน่งของพวกเขาแทบจะไม่มีโอกาสจะแอสซิสหรือยิงประตูเลย

มาที่ ปอล ป็อกบา กันบ้าง ถือว่าเขาเป็นนักเตะอีกคนหนึ่งที่ได้รับคำชมว่ามีผลงานที่ต่างกับตอนอยู่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดพอสมควร กับทีมชาติฝรั่งเศสเขากลายเป็นนักเตะที่มีวินัย เปลี่ยนสไตล์การเล่นมาเป็นเพื่อทีม คือลงมาช่วยเกมรับแบบจริงจัง และหาจังหวะส่งบอลหรือเติมขึ้นไปยิงประตูสวยๆได้หลายนัด จนกลายเป็นที่ต้องการตัวของหลายทีมในยุโรป หาก มูริญโญ่ ไม่รู้วิธีใช้งานเขา

แต่พระเอกของทีมที่แท้จริงแน่นอนว่าต้องเป็น อองตวน กรีซมันน์ ดาวยิงหน้าหล่อขวัญใจแฟนบอลสาวๆ ที่กลายเป็นเพลย์เมกเกอร์คนสำคัญของทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้ อาจเทียบได้กับ ซีดาน ชุดแชมป์บอลโลกปี 1998

คนสุดท้าย พี่ใหญ่อีกคนของทีม โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ในวัย 31 ปี ศูนย์หน้าจากทีมเชลซีที่ไม่สามารถทำประตูได้เลย จึงถูกนำไปเปรียบกับ สเตฟาน กิวาร์ช กองหน้าเบอร์ 9 เป้าสะอาดในขุนพลเลสเบลอส์ปี 1998 แม้จะถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นที่ไม่สามารถทำประตูได้ แต่ เดส์ชองส์ ยืนยันว่า ชิรูด์ คือหนึ่งในนักเตะคนสำคัญที่ทีมจะขาดไม่ได้ กับการรับบทเป็นตัวดึงกองหลังให้ กรีซมันด์ กับ เอ็มบัปเป้ มีพื้นที่ว่าง เป็นตัวพักบอลในแดนหน้า คอยกดดันกองหลังฝั่งตรงข้ามในลูกเซ็ทพีซ และลงมาช่วมทีมเล่นเกมรับในลูกกลางอากาศ ซึ่ง ชิรูด์ ก็ทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สามารถส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ถึง 3 ครั้ง

สิ่งที่น่าสนใจคือนักเตะทีมชาตฝรั่งเศสชุดนี้ยังมีความสดและคึกคัก หลายคนสามารถพัฒนาได้อีก ทำให้นึกถึงทีมชาติฝรั่งเศสชุดฟร้อง 98 ที่สามารถคว้าแชมป์ ฟุตบอลยูโร 2000 ได้ในอีก 2 ปีถัดมา

ลูกทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ก็มีโอกาสที่จะต่อยอดความสำเร็จใน ฟุตบอลยูโร 2020 ได้เช่นกัน มีนักเตะสำรองหลายคนที่โชว์ฟอร์มได้ดี พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาทดแทนในตะแหน่งตัวจริง ไม่ว่าจะเป็น เอ็นซองซี่ , โตลิสโซ , เดมเบเล และ เฟเคียร์

เลสเบลอส์ จึงน่าจะมีของดีอีกมากให้โชว์ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งตอนนี้ดาวบนหน้าอกของชุดทีมชาติฝรั่งเศสเพิ่มเป็น 2 ดาวเท่า อุรุกวัย กับ อาร์เจนตินา เหนือกว่า อังกฤษ กับ สเปน ที่มีเพียงดาวเดียว แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่เป็นรองใครในทวีปยุโรป และเชื่อว่านักเตะชุดนี้ พร้อมแล้วที่จะไล่ล่าแชมป์ฟุตบอล ยูโร สมัยที่ 3

อ่านบทความฟุตบอลอื่นๆได้เลยที่ https://bit.ly/2H4RWMH

Posted in บทความฟุตบอล